วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

หมูกรอบ

6 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
          หมูกรอบ อาหารไทยที่เอ่ยชื่อเมื่อไรก็น้ำลายสอ ขอเอาใจคนอยู่เพื่อกินด้วย 5 วิธีทำหมูกรอบสุดฟิน อ้วนเป็นหมูก็ยอม
          
          ใครที่กำลังตามหาหัวใจ เอ๊ย ตามหาสูตรหมูกรอบในดวงใจสุดอร่อยในปฐพี ไม่ต้องเปิดตำราอาหาร หรือเปิดหาสูตรจากแหล่งไหนให้เสียเวลา วันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 5 วิธีทำหมูกรอบไว้ที่นี่ที่เดียว เอาใจคนชอบกินหมูกรอบเป็นชีวิตจิตใจ แหม… ก็ถ้าใครได้ลองชิมเป็นต้องติดใจ ของเขาอร่อยจริง ยิ่งเวลาทอดเสร็จใหม่ ๆ หนังฟูกรอบ เนื้อนุ่ม อ้ำเข้าปากแล้วฟินเว่อร์ แล้วแบบนี้ใครจะอดใจไหวล่ะ

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้

1. สูตรหมูกรอบแบบง่าย

          หมูกรอบหาที่อร่อย ๆ ยากเหมือนกันเนอะ เจอแต่หั่นชิ้นแบนตบแล้วตบอีกจนไม่เหลือเค้าเดิม เวลากินเมื่อไรกลัวปลิวลอยไปตามลม ลองมาทำหมูกรอบแบบง่าย สูตรจาก คุณ isweet สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กันดีกว่า เอาใจคนอยากกินหมูกรอบชิ้นใหญ่เต็มปากเต็มคำ พร้อมเคล็ดลับทาด้วยน้ำส้มสายชูให้ทั่วบริเวณหนังจากนั้นโรยเกลือทับให้หนา ๆ เพื่อไล่ความชื้นและทำให้หนังหมูตึงอีกด้วย

ส่วนผสม หมูกรอบแบบง่าย

       • หมูสามชั้น (หั่นสี่เหลี่ยมขนาดตามชอบ)
       • เหล้าจีน (ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ค่ะ แต่ใส่แล้วจะหอมมาก โดยความร้อนจะทำให้แอลกอฮอล์ระเหยหมดเหลือแต่กลิ่นหอม ๆ ค่ะ)
       • น้ำมันหอย (ตามชอบ)
       • พริกไทย (ตามชอบ)
       • น้ำส้มสายชู 
       • เกลือป่น
       • กระดาษอะลูมิเนียมฟอยล์
       • หม้ออบลมร้อน

       เคล็ดลับ : เลือกสามชั้นหนังหนา ๆ หากเพื่อน ๆ เลือกมาทำให้หาสามชั้นที่หนังหนา ๆ นิ่ม ๆ นะคะ มันน้อย ๆ เนื้อเยอะ ๆ ค่ะ 

วิธีทำหมูกรอบแบบง่าย

       1. ใช้มีดกรีดหนังหมูให้เป็นลายตารางเล็ก ๆ แล้วจิ้มให้พรุนเลย จากนั้นหมักด้วยเหล้าจีน น้ำมันหอย และพริกไทยตามชอบ หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 15-30 นาที
       2. นำหมูสามชั้นหมักออกมาห่อด้วยกระดาษอะลูมิเนียมฟอยล์ แล้วทาด้วยน้ำส้มสายชูให้ทั่วบริเวณหนัง จากนั้นโรยเกลือทับให้หนา ๆ (เพื่อไล่ความชื้นและทำให้หนังหมูตึง) 
       3. นำหมูเข้าอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียส ประมาณ 30 นาที

       หมายเหตุ : หากใครมีเกลือแกงเม็ดใหญ่ ๆ ให้ใช้แบบนั้นแล้วนำมาตำหยาบ ๆ จะดีกว่าค่ะ ความเค็มจะไม่เข้าไปในหมูมากนัก แต่หากใช้เกลือป่น ระวังเรื่องความเค็มด้วยนะคะ ตอนนำออกจากเตาให้เอาน้ำล้างออกหน่อยก็ดีแล้วผึ่งให้แห้งก่อนเข้าอบอีกครั้ง 

       4. นำหมูที่อบแล้วมากะเทาะเกลือออก จากนั้นนำกระดาษอะลูมิเนียมฟอยล์ออก (ขั้นตอนนี้มีแอบจิ้มหนังหมูอีกนิดด้วยกลัวไม่กรอบ) แล้วนำไปอบต่อ 15-20 นาที จนกว่าจะฟูกรอบตามชอบ

       หมายเหตุ : คอยสังเกตอยู่ใกล้ ๆ ขณะทำด้วยนะคะ เพราะระดับความแรงของไฟเตาอบหม้ออบแต่ละบ้าน ไม่เท่ากัน (ตามสภาพใหม่เก่าและความคงที่ของอุณหภูมิที่อาจไม่เท่ากัน) หมั่นสังเกตจะดีกว่า เดี๋ยวเสียของเนอะ

       + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ 20 เมนูชวนอ้วน ภาพสวย ทำง่าย ๆ ไม่ต้องแคร์หุ่น


+++++++++++++++++++++

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้

2. สูตรหมูกรอบ แบบนังกรอบพิเศษ

          ถ้าใครชอบหนังหมูแบบกรอบ ๆ ต้องมาลองหมูกรอบสูตรหนังกรอบพิเศษจาก ครัวบ้านพิม กันหน่อย สูตรนี้แม้หนังจะกรอบแต่หมูยังนุ่มอยู่นะคะ มาพร้อมเคล็ดลับการเลือกหมูสามชั้นอีกด้วย ยิ่งเห็นภาพหมูกรอบแล้วยิ่งน้ำลายสอ เริ่มต้นลงมือทำกันเลยดีกว่า 

ส่วนผสม หมูกรอบหนังกรอบ

       • หมูสามชั้น 1 แผ่น (น้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม)
       • น้ำเปล่า 10 ถ้วย
       • เกลือป่น 85 กรัม
       • น้ำมันปาล์มสำหรับทอด (เยอะมาก ๆ)

       เคล็ดลับ : วิธีเลือกหมูสามชั้นเลือกตรงส่วนพื้นท้อง เพราะหมูส่วนนี้จะนุ่มดีแล้วก็มีชั้นเนื้อชั้นไขมันที่ทอดออกมาแล้วจะไม่กระด้าง อีกทั้งสีสวยงามมากกว่าสามชั้นส่วนอื่น แล้วก็เลือกที่มีชั้นไขมันไม่มากนัก อีกทั้งมีชั้นไขมันสม่ำเสมอกัน 

วิธีทำหมูกรอบหนังกรอบ

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
          1. ใช้มีดโกนมาขูดขนอ่อน ๆ ที่หลงเหลือออกไปให้หมด หากมีคราบอะไรติดมาก็เอาแปรงสีฟันที่ไม่ได้ใช้แล้ว ขัด ๆ ออกให้หมด และก็นำไปล้างให้สะอาด จากนั้นก็บั้งแนวยาวเป็น 3 รอย  (จริง ๆ ควรบั้งให้แต่ละช่วงมีขนาดเท่ากัน แต่มือพิมไม่เที่ยงเอง ตอนแรกตั้งใจจะบั้งให้ได้เป็น 4 ชิ้น แต่ไป ๆ มา ๆ เอาชิ้นใหญ่หน่อยให้เหลือ 3 ชิ้นก็พอ)

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
          2. ตั้งหม้อหรือกระทะบนเตาไฟ ใส่น้ำเปล่าลงไป ตามด้วยเกลือป่น (ใครชอบเค็มมาก ๆ ก็ใส่เยอะกว่านี้ได้ เพราะหากใส่ตามอัตราส่วนนี้จะเค็มอ่อน ๆ ค่ะ) รอน้ำเดือดก็ใส่หมูทั้งชิ้นลงไปต้ม (น้ำไม่ต้องท่วมหมูทั้งชิ้นก็ได้นะคะ แต่อย่างน้อยให้ท่วมมากกว่า 3/4 ส่วน) คว่ำด้านหนังลงต้ม 40 นาที แล้วค่อยพลิกเอาด้านเนื้อกลับลงไป และต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที 

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
          3. พอครบเวลาตามที่กำหนดไว้ก็ใช้ตะหลิวโปร่ง ๆ ตักชิ้นหมูขึ้นจากกระทะ เอาไปวางพักบนตะแกรงโปร่ง และนำไปตากแดดจัด หรืออบด้วยไฟอ่อน ๆ 1 ชั่วโมง หรือจนหนังหมูแห้ง

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
          4.จากนั้นก็นำมาทอดในน้ำมันเยอะหน่อย (ไม่ต้องให้น้ำมันท่วมหมูทั้งชิ้นก็ได้ อย่างน้อยให้ท่วมสักครึ่ง) โดยเอาด้านหนังลงไปทอดก่อน ซึ่งช่วงแรกใช้ไฟกลางค่อนมาทางแรงประมาณ 70% พอด้านหนังเหลืองดีก็พลิกกลับอีกด้านลงไปทอด และลดไฟลงเหลือประมาณ 60% ทอดต่อไปอีกสักหน่อย จนหมูเหลืองทั้งสองด้าน
ป.ล. ปกติน้ำมันที่ใช้ทอดอาหารไม่ควรใช้เกิน 2 ครั้งนะคะ

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
          หมายเหตุ : ระหว่างทอดช่วงนี้น้ำมันพยายามจะแทรกตัวเข้าไปในเนื้อหมู (เพื่อทำให้หมูกรอบ) น้ำจากเนื้อหมูจะซึมออกมาด้านนอก ทำให้น้ำมันกระเด็นได้ก็ให้เอาพวกฝาลังถึง หรือตะแกรงที่เค้ามีไว้กันกระเด็นโดยเฉพาะปิดเอาไว้นะคะ รอจนหายกระเด็นหรือให้กระเด็นน้อยหน่อย (ฟังจากเสียง) แล้วค่อยเปิดนะคะ

          + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำหมูกรอบ และวิธีทำข้าวหมูกรอบ ทำเองได้ง่ายสมชื่อ
+++++++++++++++++++++
5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้

3. สูตรหมูกรอบ ฉบับเร่งด่วนใน 50 นาที

          เหลือเชื่อว่าจะสามารถทำหมูกรอบได้ภายในใน 50 นาทีเท่านั้น หมูกรอบสูตรที่ว่านี้มาจาก คุณอ้อมใจ รัก_ประจำทาง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม  ไม่ต้องเอาไปทอดให้น้ำมันกระเด็นร้องกรี๊ด ๆ รู้ไหมว่า ทำง่าย ๆ ด้วยหม้ออบลมร้อน ผ่าง ผ่าง เสร็จแล้วก็ยังกรอบนุ่มเหมือนเอาไปทอดไม่ผิดเพี้ยน แถมยังแห้งกว่าการทอดเพราะไม่ใช้น้ำมันอีกด้วย 

ส่วนผสม หมูกรอบฉบับเร่งด่วน

       • หมูสามชั้น
       • น้ำส้มสายชู
       • น้ำปลา
       • เกลือป่น

อุปกรณ์

       • มีดแกะสลัก
       • หม้ออบลมร้อน

วิธีทำหมูกรอบ

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้

        • ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด (ลองชั่งดูได้น้ำหนัก 1.1 กิโลกรัม ชิ้นนี้ทำออกมาพอสุกแล้วเบาไป 4 ขีด) 

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        • ใช้มีดแกะสลักจิ้มลงบนเนื้อหมูให้ทั่วจนเป็นรูพรุน (ยิ่งพรุนยิ่งกรอบ)

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        • บั้งเนื้อหมูให้เป็นริ้ว ๆ (หน้าแคบ-หน้ากว้างตามชอบ ทั้งนี้เพื่อง่ายต่อการหั่นตอนสุก และกรอบไวขึ้นด้วยนะคะ)

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        • นำเนื้อหมูที่บั้งแล้วไปแช่น้ำส้มสายชูผสมน้ำปลาค่ะ (ผสมกันเข้าไปเลยค่ะ ให้น้ำปลามากว่าน้ำส้มสายชูสักหน่อย) โดยแช่ด้านเนื้อแช่ประมาณ 5 นาที ส่วนด้านหนังให้ชุบแล้วนำขึ้นทันที
           
          เคล็ดลับ : น้ำปลาจะทำให้เค็มเข้าเนื้อ ส่วนน้ำส้มสายชูจะช่วยให้สีเหลืองสวย
5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        • ใส่เนื้อหมูลงในหม้ออบลมร้อนโดยหงายด้านเนื้อขึ้น ใช้อุณหภูมิที่ 220 องศาเซลเซียส อบนานประมาณ 20 นาทีจนด้านเนื้อสุก
5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        • หงายเอาด้านหนังขึ้น โรยเกลือลงไปเล็กน้อย จากนั้นอบต่ออีก 30 นาที พอครบเวลา นำออกจากหม้ออบ หั่นเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

        + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ วิธีทำหมูกรอบใน 50 นาที สูตรเร่งรัดสำหรับคนใจร้อน 
++++++++++++++++++

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้

4. สูตรหมูกรอบ สูตรหมูสามชั้นหนังกรอบเนื้อไม่ด้าน

          หมูสามชั้นทอดกรอบสูตรจาก คุณแต่งสวยแล้วอารมณ์ดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม อีกหนึ่งสูตรที่อยากให้ลองทำกัน สูตรนี้หมูสามชั้นจะไม่อมน้ำมันด้วยนะคะ และมีเคล็ดลับเด็ดแค่ใส่น้ำโซดาลงไปในแป้งทำให้เวลาทอดแป้งกรอบกว่าเดิม อยากรู้ว่าอร่อยจริงสมคำร่ำลือหรือไม่ ต้องรีบพิสูจน์ค่ะ 

ส่วนผสม หมูสามชั้นทอดกรอบ

        • หมูสามชั้น 30 กรัม 
        • น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ
        • พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
        • แป้งทอดกรอบ 3 ช้อนโต๊ะ
        • โซดาแช่เย็นจัด 1 ช้อนโต๊ะ
        • น้ำเย็นจัด 3 ช้อนโต๊ะ
        • น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ
        • น้ำมันสำหรับทอด 1 ขวดเล็ก

วิธีทำหมูสามชั้นทอดกรอบ

        1. หั่นหมูสามชั้นเป็นท่อน ๆ แล้วใช้มีดปลายแหลมจิ้มลงไปที่เนื้อหมูให้ทั่วชิ้น (เพื่อให้เครื่องปรุงเข้าไปในเนื้อและช่วยให้ทอดสุกทั่วด้วย) จากนั้นใส่น้ำปลาและพริกไทยป่นลงไป นวดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน ประมาณ 2 นาที พักไว้

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        2. เตรียมแป้งทอดกรอบโดยใส่น้ำเย็นและน้ำโซดาลงไปในแป้ง (เคล็ดลับนี้จะทำให้เวลาทอดแป้งกรอบกว่าเดิม) เสร็จแล้วเอาหมูสามลงมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 
5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        3. ตั้งกระทะใส่น้ำส้มสายชูลงไปแล้วคนให้ทั่วกระทะจนกว่าน้ำส้มสายชูจะระเหยออกไปหมด (เคล็ดลับนี้จะทำให้เวลาทอดหมูสามชั้นแล้วจะไม่อมน้ำมัน) แล้วใส่น้ำมันพืชลงไปในกระทะ รอจนน้ำมันร้อนก็ใส่หมูสามชั้นลงไปทอดจนกรอบ 

5 วิธีทำหมูกรอบ หนังกรอบเนื้อฟู ยอมเป็นหมูก็คราวนี้
        4. หั่นเป็นชิ้น พร้อมเสิร์ฟ

        + ดูวิธีทำเพิ่มเติมได้ที่ หมูสามชั้นทอดกรอบ สูตรหนังกรอบเนื้อไม่ด้าน เจอแบบนี้ยอมอ้วนเลย

++++++++++++++++++++++

หมูกรอบทอดน้ำปลา

5. หมูกรอบทอดน้ำปลา

          กร๊อบกรอบ ! แจกสูตรทำหมูกรอบทอดน้ำปลา อาหารไทยทำง่ายจากหมูสามชั้น อร่อยสองต่อ หนังฟูกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ รสเค็มนิด ๆ อร่อยฟิน สูตรจาก คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาพร้อมวิธีหมักหมูง่าย ๆ

ส่วนผสม หมูกรอบทอดน้ำปลา

          • หมูสามชั้น 800 กรัม
          • น้ำปลา 6 ช้อนโต๊ะ
          • น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำหมูกรอบแช่น้ำปลา

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          1. นำหมูสามชั้นมาหั่นเป็นชิ้นหนาประมาณ 1 นิ้ว + 1/2 นิ้ว หรือตามชอบค่ะ ใส่น้ำปลาคลุกหมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 30 นาที

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          2. นำเข้าไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 20 นาที อบแล้วเวลาทอดจะทำให้น้ำมันไม่กระเด็นออกมามากค่ะ หนังจะกรอบด้วย

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          3. หลังจากอบผ่านไป 20 นาที ได้หมูสามชั้นแบบในรูปค่ะ

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          4. เวลาทอดมีเทคนิคนิดหนึ่ง ตาจะเอาส่วนหนังลงจ่อในน้ำมันร้อนก่อนค่ะ น้ำมันร้อนจัดนะคะ ทอดส่วนหนังให้กรอบหนังเขาจะฟูกรอบค่ะ แล้วค่อยหย่อนทอดทั้งชิ้นค่ะ

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          5. หนังฟูกรอบดีเหมือนกันนะคะ นี่ตาไม่ได้ใช้ส้อมจิ้มเลยนะคะ แต่ถ้าจิ้มหนังอาจจะกรอบมากกว่านี้ แต่ถ้าหมูสามชั้นแบบไม่ได้ต้มก่อน หนังเขาจะแข็ง จิ้มยากค่ะ ตาเลยไม่จิ้ม จะลองดูว่าหนังจะกรอบไหม ออกมากรอบฟูอย่างที่เห็นค่ะ

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          6. หนังกรอบฟูสวยดี

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          7. นี่เป็นชิ้นที่ตาไม่ได้เข้าเตาอบค่ะ เอาออกมาจากตู้เย็นแล้วลองทอดเลย 1 ชิ้น ผลออกมาหนังไม่ค่อยกรอบเท่าไร แต่ว่าเนื้อด้านในนุ่มชุ่มฉ่ำมากเลยค่ะ ไม่แห้งอร่อยดี

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          8. ชิ้นนี้ลองหั่นมาให้ดู เป็นชิ้นที่อบก่อนลงทอดค่ะ ด้านในนุ่มชุ่มฉ่ำดีเหมือนกันเลย ด้านนอกกรอบดีค่ะ

หมูกรอบทอดน้ำปลา

          9. ตาทำแล้วทานไม่หมด เก็บใส่แช่ช่องแข็ง เก็บไว้ใส่ผัดผักต่าง ๆ ใส่คะน้าหมูกรอบก็อร่อยสุด ๆ แต่ตาคงไม่รอค่ะ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ น้ำจิ้มแจ่วหรือพริกน้ำปลาคลุกข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยเลิศ ลองทำดูนะคะ สูตรนี้ไม่ยากเลยค่ะ อร่อยด้วย ไม่แห้ง เคี้ยวง่าย กรอบนอกนุ่มในค่ะ

++++++++++++++++++++++++++

หมูกรอบอบ

6. สูตรหมูกรอบง่าย ๆ ไม่ต้องตากแดด

        ยอมอ้วนชวนอร่อยไปกับวิธีทำหมูกรอบอบหนังกรอบฟู เนื้อนุ่มฉ่ำ ทำง่าย ๆ กินได้แบบด่วนจี๋ สูตรจาก คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรหมูกรอบเตาอบ ไม่ต้องต้ม ไม่ต้องวิ่งหาแดด อบพอสุกแล้วเอาไปทอดก็ได้หมูกร๊อบกรอบมากินกับน้ำจิ้มแจ่ว เอาไปทำเมนูข้าวหมูกรอบ หรือเมนูคะน้าหมูกรอบก็ได้ แถมกินไม่หมดก็แช่แข็งเก็บได้นานค่ะ 

ส่วนผสม หมูกรอบ


     • หมูสามชั้นหั่นยาว 4 ชิ้น (วันนี้ทำเยอะหน่อย เก็บแช่ช่องแข็ง) 
     • เกลือ
     • น้ำส้มสายชู

     หมายเหตุ : ปริมาณก็กะ ๆ เอาได้ค่ะ ไม่ต้องกลัวเค็มค่ะ

วิธีทำหมูกรอบ

หมูกรอบอบ

     • นำหมูสามชั้นไปล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นยาวหรือสั้นตามชอบ (ถ้าหั่นชิ้นขนาดประมาณชิ้นในภาพ เวลาทอดจะสะดวก)

หมูกรอบอบ

     • ใส่เกลือเลยลงไปประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ

หมูกรอบอบ

     • ใส่น้ำส้มสายชูเลยลงไปที่หนังก่อน (ไม่ต้องกลัวว่าหมูกรอบจะเปรี้ยวนะคะ ปริมาณที่ตาใส่ก็เยอะนะ เวลาทอดแล้วไม่มีรสเปรี้ยวของน้ำส้มเลยค่ะ ไม่รู้หายไปไหนหมด)

หมูกรอบอบ

     • นวดหมูสามชั้นกลับไปมาให้เกลือละลายเข้ากันแล้วหมักทิ้งไว้สัก 10 นาที

หมูกรอบอบ

     • แบ่งหมูสามชั้นส่วนหนึ่งวางบนตะแกรงแล้วเอาเข้าเตาอบ วันนี้ใช้หม้ออบลมร้อนฝาบนแบบที่เห็นนะคะ 

หมูกรอบอบ

     • ใช้ความร้อนอ่อนสุดค่ะ อบประมาณ 30-40 นาทีค่ะ

หมูกรอบอบ

     • ส่วนหมูสามชั้นที่เหลือก็เอาเข้าเตาอบค่ะ ตาใช้ความร้อนอ่อนสุด อบจนกว่าจะแห้ง ไม่ต้องทำให้สุกหมดนะคะ

หมูกรอบอบ

     • หลังจากเวลาผ่านไป 40 นาที หมูสามชั้นก็จะหน้าตาเกือบสุกแบบนี้ค่ะ
 
     • ขั้นตอนนี้หนังจะนิ่มแล้ว ใครอยากจะเอาของไม้แหลมจิ้มหนังก็เชิญได้ตอนนี้เลยค่ะ แต่ตาขี้เกียจ อยากจะลองดูว่าถ้าไม่จิ้มหนังเวลาเอาไปทอดเขาจะพองกรอบหรือเปล่าค่ะ ผลปรากฏว่าหนังกรอบฟูค่ะ แต่ถ้าจิ้มหนังน่าจะฟูกว่านี้นะคะ หากไม่จิ้มหนังก็ต้องปล่อยให้แห้งก่อนนะคะ อย่างเพิ่งไปทอดตอนนี้ จะเอาผึ่งลมหรือเป่าพัดลมให้แห้งเร็วก็ตามสะดวกค่ะ ตาวางไว้เฉย ๆ ตรงหน้าต่าง รอให้แห้งแล้วค่อยทอดค่ะ

หมูกรอบอบ

     • นำส่วนที่เป็นหนังลงทอดก่อน

หมูกรอบอบ

     • วางส่วนหนังลงในกระทะใส่น้ำมัน

หมูกรอบอบ

     • ทอดจนหนังกรอบฟู 

หมูกรอบอบ

     • กลับด้านเอาส่วนเนื้อลงทอดให้ครบทุกด้าน ทอดจนกรอบตามที่ต้องการ

       ใช่เลย ! หมูกรอบชิ้นใหญ่แบบนี้ที่ตามหามานาน ถ้ารู้ว่าทำไม่ยากแบบนี้ทำเองตั้งนานแล้วเนอะ มีถึง 6 สูตรทำหมูกรอบไว้ให้เลือกตามชอบ ที่สำคัญสามชั้นชิ้นหนึ่งพอทอดออกมาแล้วหั่นแบ่งกินได้ทั้งครอบครัวเลย ถ้าหากไม่อยากกินเพียว ๆ ก็เอาไปราดข้าวก็ได้ อร่อยเหาะเชียวล่ะ

กล้วยบวชชี

กล้วยบวชชี 2 สูตรอร่อย พร้อมเคล็ดลับวิธีทำกล้วยบวชชีไม่ให้ฟาด

322


กล้วยบวชชี หรือ กล้วยบวดชี (Banana in Coconut Milk) สูตรขนมไทยขนมหวานที่โปรดปรานของใครหลายคน ด้วยความหอมหวานอร่อยกลมกลมของน้ำกระทิและน้ำตาล บวกกับความอร่อยของกล้วยน้ำหว้า นี่ช่างลงตัวอร่อยหวานเข้ากันดีนัก…จริงๆแล้วกล้วยบวชชีเป็นสูตรขนมไทยที่ทำง่ายมากๆครับ ใครที่ยังไม่เคยทำกล้วยบวชชีรับประทานต้องลองทำดูนะไม่ยากเลย ทำเองได้เยอะเต็มที่ รับประทานได้อิ่มอร่อยสะใจกว่าที่ซื้อเขาเยอะเลย ถ้ากินไม่หมดก็สามารถเก็บแช่ตู้เย็น แล้วค่อยนำมาอุ่นกินวันหลังได้ครับ ยิ่งหากใครปลูกกล้วยน้ำหว้าเอาไว้ที่บ้าน นึกไม่ออกว่าจะนำกล้วยไปทำเมนูอะไร zabwer.com ก็ขอแนะนำด้วยเมนูขนมไทย กล้วยบวชชีสูตรอร่อย พร้อมเคล็ดลับวิธีทำกล้วยบวชชีไม่ให้ฟาดมาฝากกันครับ ที่มีสูตรขั้นตอนตามนี้เลย


1. กล้วยบวชชีสูตรอร่อยทำง่ายๆ
กล้วยบวชชีสูตรนี้ทำง่ายและอร่อย รับรองไม่ผิดหวัง เป็นสูตรของแม่สลิ่มสมาชิกเว็บบล็อกแกงค์ดอทคอม มีสูตรวิธีทำตามนี้ครับ

ส่วนผสม
  1. กล้วยน้ำว้า 1 หวี...(ที่ซื้อมามี 16 ลูก ถ้าเลือกกล้วยเหลืองมาก ๆ กล้วยบวดชีที่ได้จะเละค่ะ แล้วแต่ความชอบนะคะว่าชอบกล้วยแข็งมากน้อยขนาดไหน)
  2. น้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
  3. หัวกะทิจากถุง 2 + 1/2 ถ้วยตวง
  4. น้ำตาลทราย 1 + 3/4 ถ้วยตวง
  5. เกลือป่น 2 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ปอกเปลือกกล้วย ผ่ากล้วยแต่ละลูกเป็น 4 ชิ้น
  2. เอาหัวกะทิใส่หม้อ 1 ถ้วยตวง เติมน้ำเปล่า 5 ถ้วยตวง
  3. ยกหม้อตั้งไฟกลาง ๆ ให้พอกะทิเดือด
  4. ใส่กล้วยลงไปต้มให้สุก คนเป็นระยะ ใช้วิธีชิมเอาก็ได้ค่ะว่ากล้วยนิ่มขนาดไหนแล้ว
  5. กล้วยสุกแล้วใส่น้ำตาลทรายและเกลือ ให้น้ำตาลทรายและเกลือละลายให้หมด ชิมตามชอบ
  6. น้ำตาลทรายและเกลือละลายหมดแล้วใส่หัวกะทิที่เหลือ 1 + 1/2 ถ้วยตวง ตั้งไฟพอเดือด ปิดเตาค่ะ ถ้าตั้งนานกะทิจะแตกมันมากเป็นลูก ๆ แล้วแต่ความชอบ

2. กล้วยบวชชีใส่มะพร้าวอ่อนขูด

อีกสูตรกล้วยบวชชีอร่อยสูตรนี้ใส่มะพร้าวขูดด้วย แต่เราจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ตามชอบ...ที่ทำออกมาแล้วก็อร่อยเหมือนกันครับ เป็นสูตรจากอาหารบ้านนุ้ย มีขั้นตอนวิธีทำตามนี้เลย

ส่วนผสม
  1. กล้วยน้ำหว้าสุก 2 หวี
  2. น้ำหัวกะทิ 300 กรัม
  3. น้ำหางกะทิ 700 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 500 กรัม 
  5. เกลือ 2 ช้อนชา
  6. มะพร้าวอ่อนขูด 200 กรัม (จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้อยู่ที่ชอบ)
วิธีทำกล้วยบวชชี
  1. เลือกกล้วยน้ำหว้าสุกพอประมาณ ไม่สุกจนเกินไปถ้าสุกเกินไปเวลาต้มจะทำให้กล้วยเละ แต่ถ้าดิบเกินไปจะทำให้ฝาด ถ้ากล้วยฝาดให้นำไปต้มให้สุกแล้วพักไว้
  2. ผ่ากล้วย 1 ลูกให้ได้ 4 ชิ้น โดยผ่ากลางกล้วย 1 ครั้งและแบ่งครึ่งอีก 1 ครั้ง 
  3. เตรียมน้ำกะทิ แบ่งออกเป็นหางและหัวกะทิ
  4. ต้มกะทิส่วนหางจนกระทั่งร้อนแต่ต้องไม่เดือด มิเช่นนั้นกะทิจะแตกมัน
  5. เมื่อน้ำเริ่มร้อนจัดให้ใส่กล้วยลงไปต้ม
  6. ต้มจนกระทั่งกล้วยนิ่มแต่ไม่เละนะครับ จากนั้นก็เติมน้ำตาล เกลือ ชิมรสตามชอบ 
  7. ต้มจนน้ำตาลเกลือละลายหมดแล้วให้ราดหัวกะทิ คนพอเข้ากัน 
  8. เทมะพร้าวขูด ปิดไฟ
ลักษณะกล้วยน้ำหว้าห่ามๆ 


เคล็ดลับวิธีการทำกล้วยบวดชีให้อร่อยไม่ให้ฟาด

  1. กล้วยที่เหมาะที่จะใช้ทำกล้วยบวชชีที่สุดคือ กล้วยน้ำหว้าเลือกหวีห่ามๆ…ที่มีสีเหลืองเจือเขียวเล็กน้อย…เมื่อนำไปบวชชี กล้วยจึงจะไม่ฝาดและไม่เละ 
  2. ได้กล้วยมาแล้วนำไปล้างให้สะอาดทั้งหวี เพื่อป้องกันฝุ่นจากเปลือกลงไปติดเนื้อกล้วย…แล้วปอกเปลือก ผ่าครึ่งผลตามยาวและหั่นตามขวางเป็นแว่น…จากนั้นให้ต้มน้ำสะอาดเตรียมไว้รอจนน้ำเดือดพล่าน…แล้วจึงใส่กล้วยที่เตรียมไว้ลงไป…รอสักพักเพื่อให้กล้วยคายยางออกจะได้ไม่ฝาด…ตักชิ้นกล้วยขึ้นชิม…หากไม่มีรสฝาดแล้วตักขึ้นจากหม้อ…นำลงแช่ในอ่างน้ำเย็นจัดหรือน้ำผสมน้ำแข็งเย็นจัดทันที (เพื่อให้กล้วยรัดตัว คงรูปสวย เมื่อนำไปต้มกับกะทิจะได้ไม่เละ) 
  3. คั้นกะทิด้วยมะพร้าวขูดขาวกับน้ำเปล่าให้ได้กะทิกลาง ใส่ลงหม้อกะปริมาณให้พอท่วมกล้วยทั้งหมด…ขอให้คุณใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงในกะทิแล้วคนให้ละลาย…ชิมรสให้หวานและเค็มตามชอบใจเสียก่อน จึงค่อยยกหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง (ย้ำนะครับว่าชิมรสให้เรียบร้อยก่อนแล้วถึงค่อยยกหม้อขึ้นตั้งไฟ)…พอกะทิเดือดให้ตักกล้วย (จากข้อ 2) ขึ้นพักสะเด็ดน้ำสักครู่…แล้วจึงใส่ลงในหม้อกะทิ…รอจนกระทั่งให้เดือดอีกครั้ง...จึงปิดไฟ ตักใส่ถ้วยรับประทานได้ทันที
    แนะนำเพิ่มเติม
    • ถ้าเลือกกล้วยอื่นๆใช้ทำกล้วยบวชชี...ควรเลือกใช้ตามนี้
    1. ถ้าเป็นกล้วยไข่หรือกล้วยหอม ต้องเลือกแบบแก่จัดและเปลือกเริ่มเหลือง (กล้วยที่เปลือกมีสีเขียวมากกว่าเหลือง)…แต่ถ้าใช้กล้วยสุกเหลือง นำไปบวชชีเนื้อจะเละ 
    2. ถ้าเป็นกล้วยหักมุกต้องสุกเต็มที่…แต่ไม่งอมจนเกินไป
    • สำหรับใครที่ไม่อยากใส่กะทิ…ลองเปลี่ยนเป็นนมสด แล้วลดน้ำตาลลง ก็รสชาติดีไม่เบานะครับ ส่วนเรื่องความหวาน หวานมาก หวานน้อย ปรับลด-เพิ่มได้ตามชอบเลยครับ
    • สำหรับการทำขนม…ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้กะทิสำเร็จ เพระความหอมต่างจากใช้กะทิคั้นเองอย่างมากมาย
    • วิธีแก้กรณีทำแล้วกะทิเป็นลูก...คือให้เติมกะทิกล่อง(ไม่ต้องต้ม)ใส่ลงไป 2-300 มล.จะได้กล้วยบวชชีเป็นเนื้อเดียวกันไม่แยกชั้น
    จริงๆแล้ว สูตรกล้วยบวชชีไม่ยุ่งยากเลยคล้ายๆกัน…ส่วนผสมมีไม่กี่อย่าง ก็ได้ขนมไทยแสนอร่อยมารับประทานแล้ว…ยังไงก็ลองนำเคล็ดลับทำกล้วยบวดชีไม่ให้ฟาด ที่ได้แนะนำไว้นี้ไปลองทำดูนะครับ แล้วจะรู้ว่ากล้วยบวชชีถ้วยนี้มีสีขาวน่ารับประทานและรสชาติหวานอร่อยกลมกล่อมปราศจากรสฝาดอีกด้วย

    กล้วยตาก

    มาทำ กล้วยตาก ขนมกินเล่นแบบบ้าน ๆ กันเถอะ


     มาทำกล้วยตาก ขนมกินเล่นแบบบ้าน ๆ กันเถอะ
    มาทำ กล้วยตาก ขนมกินเล่นแบบบ้าน ๆ กันเถอะ

    เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

               กล้วยเหลือ ๆ ที่ได้มาเป็นของฝากอย่าเพิ่งทิ้ง เรามีวิธีจัดการให้เป็นขนมกินเล่น ไม่ต้องเสียตังค์สักบาท

               บ้านไหนมักจะประสบปัญหาซื้อกล้วยน้ำหว้าเป็นหวี ๆ มากินทีไรก็ไม่เคยจะหมด เหลือทิ้งเป็นประจำ หรือไม่ก็มีคนหิ้วมาฝากจากสวนเป็นเครือ ๆ พอเริ่มสุกก็กลัวว่าจะเน่า ถ้าใครไม่อยากทิ้งนำมาทำนี่เลย กล้วยตาก ที่ถือว่าเป็นขนมไทยกินเล่นที่ฮิตเหมือนกันนะคะ กินเล่น ๆ เพลิน ๆ เวลานั่งทำงาน ดูโทรทัศน์ หรือพกไปกินในรถ ถ้าเมื่อไหร่มีกล้วยน้ำหว้าแก่งอมเหลือก็จัดการเสียเลยนะคะ 

     สิ่งที่ต้องเตรียม


                กล้วยน้ำหว้าแก่

                เกลือป่น

                น้ำ

     วิธีทำ

                 1. ตัดกล้วยออกเป็นหวี นำวางลงบนใบตอง ปิดทับด้วยใบตองและกระสอบ หรือนำใส่โอ่ง หรือถัง จากนั้นบ่มทิ้งไว้จนกล้วยสุกดี (บ่มจนผลกลมกมน ไม่มีรอยเหลี่ยม และเปลือกตกกระสีดำ)

                 2. ปลอกเปลือกกล้วยออก เรียงลงบนตะแกรง นำไปตากแดดจนกล้วยเกือบแป้งสนิท นานประมาณ 5 วัน และหมั่นคอยพลิกกลับด้านอยู่เสมอ

                 3. ก่อนนำกล้วยไปตากแดดในวันที่ 6 ให้ละลายน้ำกับเกลือให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นใช้ขวดน้ำคลึงหรือกดกล้วยให้แบน แล้วนำกล้วยลงไปล้างในน้ำเกลือที่เตรียมไว้ จากนั้นนำกล้วยวางเรียงบนตะแกรง นำไปตากแดดอีก 1-2 วัน จนกล้วยแห้งได้ที่

                 4. เมื่อกล้วยแห้งได้ที่แล้ว ใส่กล้วยลงในหม้อ ปิดฝาให้สนิท วางทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้น้ำตาลจากกล้วยซึมออกมา (กล้วยจะเงาและไม่แห้ง) จากนั้นเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด พร้อมรับประทาน


    เทคนิคการทำกล้วยตากให้อร่อย


                 กล้วยที่นำมาทำกล้วยตากให้ได้สีสวยนั้น ถ้าเป็นกล้วยที่สุกงอมจากต้นจะได้กล้วยตากที่สีไม่สวย ต้องนำมาบ่มก่อนสีกล้วยตากที่ได้จะสวยกว่า บ่มจนผลกล้วยไม่มีรอยเหลี่ยม เปลือกตกกระเป็นสีดำ
                 การเก็บกล้วยตากในขณะที่ยังไม่แห้งดีเพื่อรอตากในวันต่อ ๆ ไป ให้เก็บใส่ถุงพลาสติก ปิดให้แน่น ป้องกันไม่ให้กล้วยดำ ป้องกันแมลง และเพื่อความสะอาด

    กระทง

    นลอยกระทงปีนี้ เพื่อนๆ มีไอเดียการทำกระทงหรือยังคะ? เพราะกทม.ปีนี้เค้ารณรงค์ให้ทุกคนใช้วัสดุทำกระทงจากธรรมชาติกันมากขึ้นค่ะ ทำให้ทีนเอ็มไทยเราอยากเป็นส่วนนึงที่จะให้เหล่าวัยรุ่นหันมาทำกระทงใบตองด้วยตัวเองกัน จะได้เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยอีกด้วย ได้ยินแบบนี้แล้วอย่าเพิ่งถอดใจหรือเบื่อหน่ายนะคะ เพราะเรามี 6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว มาฝากเพื่อนๆ กัน รับรองว่าทำเสร็จแล้ว จะอยากถ่ายภาพอวดลงไอจีกันแน่นอน ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูวิธีการทำกันเลย
    krathong_baitong
    กระทงใบตอง

    6 วิธีพับกระทงใบตอง ง่ายนิดเดียว

    วิธีที่ 1 พับใบตอง กลีบผกา
    กลีบผกา
    กระทงใบตอง แบบกลีบผกา
    วิธีทำ
    1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
    2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ
    3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 – 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัว ฐาน
    4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ
    วิธีที่ 2 พับใบตอง กลีบกุหลาบ
    กลีบกุหลาบ
    กระทงใบตอง แบบกลีบกุหลาบ
    วิธีทำ
    1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
    2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย
    3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด
    4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฏสวมศีรษะ
    5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ
    วิธีที่ 3 พับใบตอง หัวขวาน
    หัวขวาน
    กระทงใบตอง แบบหัวขวาน
    วิธีทำ
    1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ
    2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด
    3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด
    4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ
    5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ
    วิธีที่ 4 พับใบตอง กลีบหัวนก..ลายเปีย
    t00010t00011t00012
    ขั้นตอนการพับกลีบหัวนกลายเปีย
    ๑. ฉีกใบตองกว้าง ๑ ๑/๒ นิ้ว
    ๒. แบ่งครึ่งใตองให้เท่ากัน
    ๓. พับใบตองริมขวา ให้ชิดเส้นกึ่งกลางใบ
    ๔. พับทบทั้งสองข้างเข้าหากัน
    ๕. คว่ำกลีบให้สันตองอยู่ด้านบน พับใบตองลงมาให้เป็นมุมฉาก
    ๖. พับด้านซ้ายหลังมาทบตรงเส้นตั้งฉาก
    ๗. พับอีกด้านเหมือนกัน
    ๘. พับตลบสันทบกลับมาทางขวา ให้เป็นแนวโค้งทะแยง
    ๙. นำกลีบต่อมาสวมด้านหน้า ให้เส้นโค้งทะแยงขนานกัน
    ๑๐. เย็บต่อกันจนได้ความยาวตามต้องการ
    วิธีที่ 5 พับใบตอง กลีบการเวก
    t00017 กลีบการเวกt00018
    ขั้นตอนการพับกลีบการเวก
    ๑. พับทบใบตองเข้าหากัน
    ๒. พับสันทบขวาไขว้มาทางซ้าย
    ๓. พลิกกลับด้านหลัง พับสันทบซ้ายไขว้ไปทางขวา
    ๔. พับริมสันทบขวาไขว้ไปทางด้านซ้าย
    ๕. พลิกกลับ พับริมสันทบซ้ายไขว้ไปทางด้านขวา
    ๖. นำกลีบมาสวม เย็บต่อกัน ความยาวตามต้องการ
    วิธีที่ 6 การถักตัวตะขาบ
    t00015 กลีบตะขาบt00016
    ขั้นตอนการถักตัวตะขาบ
    ๑. ฉีกใบตองกว้าง ๑/๒ เซ็น้ติเมตร แล้วม้วนโดยเส้นทางขวามือซ้อนทับบนเส้นทางซ้ายมือ
    ๒. จับเส้นทางขวามือสอดเข้าในห่วง
    ๓. ดึงเส้นด้านซ้ายให้แน่น
    ๔. สอดเส้นด้านซ้ายเข้าในห่วง ดึงเส้นด้านขวาให้แน่น
    ๕. สอดสลับไปมา จนเส้นใบตองสั้นสุดใบตอง
    ๖. ต่อตัวตะขาบ ให้สอดใบตองด้านหน้าตัวตะขาบ อ้อมสอดเก็บปลายทางด้านหลัง แล้วก็ทำเช่นเดียวกัน
    ๗. ถักจนได้ความยาวตามต้องการ
    หลังจากที่เพื่อนๆ พับใบตองแบบที่ชอบเรียบร้องแล้ว ก็ถึงส่วนของตัวกระทง ให้ใช้หยวกกล้วย หรือวัตถุที่ย่อยสลายได้ตัดให้เป็นวงโดยสูงประมาณ1-2.5 นิ้ว ส่วนขนาดแล้วแต่ความพอใจ แล้วนำเอาใบตองที่เราพับเป็นรูปทรงต่างๆ มาติดรอบๆ ขอบกระทงกันเลย
    นอกจากนี้ก่อนที่เราจะนำกระทงไปลอยเพื่อขอขมาพระแม่คงคานั้น เพื่อนๆ อาจนำทริคความเชื่ออย่างการตัดเล็บ และผมใส่ลงไปด้วย เพื่อเป็นการขจัดสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากตัวเรา หรือจะใส่เหรียญลงไปด้วย เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งตามความเชื่อก็ได้นะคะ สุขสันต์วันลอยกระทงค่ะ

    คลองแคลง

    สูตรขนมไทย : ครองแครงกรอบ เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี


    ปิดเทอมนี้สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีน้องๆในบ้าน ลองชวนน้องๆมาทำขนมเล่นกันดู “ครองแครงกรอบ” เป็นขนมไทยที่ทำสนุกและง่ายเหมาะกับทุกคนในครอบครัว ขั้นตอนการทำก็ไม่ยาก อีกทั้งยังเป็นการทำให้น้องๆรักการทำอาหาร ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

    แป้งสาลีร่อนแล้ว        2          ถ้วย
    เกลือ       1/2      ช้อนชา
    น้ำปูนใส       2          ช้อนโต๊ะ
    ไข่ไก่       1          ฟอง
    หัวกะทิ       5          ช้อนโต๊ะ
    พริกไทย   (เพิ่มได้มากน้อยแล้วแต่ความชอบ)       1/8      ช้อนชา
    กระเทียม       1           ช้อนชา
    รากผักชี       1/2       ช้อนชา
    น้ำตาลปีบ       3/4       ถ้วย
    ซีอิ้วขาวหรือน้ำปลา       1            ช้อนโต๊ะ
    น้ำมันพืช

    1.  นำแป้งสาลีที่ร่อนแล้ว ไข่ เกลือ น้ำปูนใส และหัวกะทิ ผสมและนวดจนเป็นเนื้อเดียวกัน (ถ้าแห้งเกินให้เต็มน้ำเพียงเล็กน้อย) ปั้นเป็นก้อนกลมๆ กดกับแม่พิมพ์ครองแครง หรืออาจใช้แม่พิมพ์รูปหัวใจ ดาว หรือ อื่นๆ แล้วแต่ความชอบ
    2.  ใส่น้ำมันในกระทะ เมื่อน้ำมันร้อนแล้วใส่ครองแครงที่ละน้อยๆ ทอดจนเป็นสีเหลืองกรอบ

    3. ทำเครื่องปรุงโดยนำ รากผักชี พริกไทย กระเทียม โขลกให้เข้ากัน ผัดกับน้ำมันพืชพอมีกลิ่นหอม ตามด้วยน้ำตาลปีป น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลาหรือซีอิ้วขาว เคี่ยวจนส่วนผสมเหนียวเข้าด้วยกัน ใส่ครองแครงที่ได้จากขั้นตอนที่แล้วคลุกให้เข้ากันโดยใช้ไฟอ่อนๆ ตักขึ้นปล่อยให้เย็น
    ใช้เป็นอาหารกินเล่นกับครอบครัวหรืออาหารว่างสำหรับเด็กๆ หากเก็บในภาชนะปิดมิดชิดจะเก็บได้นานขึ้น